.webp)
วิตามินบี 1 (Vitamin B1) หรือ Thiamine เป็นหนึ่งในวิตามินกลุ่ม B ที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบพลังงานของร่างกาย
หน้าที่หลักของ Vitamin B1 คือช่วยให้ร่างกายเปลี่ยนอาหาร โดยเฉพาะ คาร์โบไฮเดรต ให้กลายเป็นพลังงานในรูปแบบที่เซลล์นำไปใช้ได้
นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับ
การทำงานของระบบประสาท
การทำงานของกล้ามเนื้อ
การทำงานของหัวใจ
กระบวนการเผาผลาญพลังงาน
แม้วิตามินบี 1 จะพบได้ในอาหารหลายชนิด เช่น
ธัญพืชไม่ขัดสี
เนื้อหมู
ถั่ว
เมล็ดพืช
แต่บางกลุ่มอาจมีความต้องการเพิ่มขึ้น หรือได้รับไม่เพียงพอจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต
.webp)
หนึ่งในบทบาทสำคัญของ Vitamin B1 คือการช่วยในกระบวนการสร้างพลังงาน
เมื่อร่างกายได้รับ Vitamin B1 ไม่เพียงพอ กระบวนการเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตเป็นพลังงานอาจทำงานได้ไม่เต็มที่
อาการที่อาจพบ เช่น
เหนื่อยง่าย
รู้สึกไม่มีแรง
สมาธิลดลง
ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
โดยเฉพาะคนที่
ทำงานหนัก
พักผ่อนน้อย
ใช้สมองต่อเนื่องทั้งวัน
อาจเป็นกลุ่มที่ควรให้ความสำคัญกับการได้รับวิตามินบีอย่างเพียงพอ
ปัจจุบันคนวัยทำงานจำนวนมากมี Lifestyle ที่ใช้พลังงานสูง เช่น
ทำงานหลายชั่วโมง
ประชุมต่อเนื่อง
ใช้สมองตลอดวัน
นอนน้อย
Vitamin B1 มีบทบาทต่อการทำงานของระบบประสาทและการสร้างพลังงานของเซลล์สมอง
สมองเป็นอวัยวะที่ใช้กลูโคสเป็นแหล่งพลังงานหลัก ดังนั้นกระบวนการเปลี่ยนพลังงานจึงมีความสำคัญต่อการทำงานของระบบประสาท
งานวิจัยจาก Annals of the New York Academy of Sciences, 2008 พบว่า Thiamine มีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของระบบประสาทและกระบวนการเผาผลาญพลังงานในสมอง
สำหรับคนที่ออกกำลังกาย ร่างกายต้องใช้พลังงานมากขึ้น โดยเฉพาะกิจกรรมที่ใช้คาร์โบไฮเดรตเป็นพลังงานหลัก เช่น
วิ่ง
ปั่นจักรยาน
HIIT
เวทเทรนนิ่ง
Vitamin B1 มีส่วนช่วยในกระบวนการสร้างพลังงานจากคาร์โบไฮเดรต ทำให้มีความสำคัญต่อ Metabolism ของนักกีฬา
กลุ่มที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษ เช่น
ฝึกหนักหลายครั้งต่อสัปดาห์
รับประทานอาหารพลังงานสูง
ต้องการ Performance ที่ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม Vitamin B1 ไม่ใช่สารเพิ่มพลังทันที แต่เป็นสารอาหารที่ช่วยให้ระบบพลังงานทำงานตามปกติ
แม้วิตามินบี 1 จะพบในอาหารหลายชนิด แต่บางพฤติกรรมอาจทำให้ได้รับน้อยลง เช่น
รับประทานอาหารสำเร็จรูปเป็นหลัก
กินข้าวขาวเป็นหลักแทนธัญพืชไม่ขัดสี
รับประทานผัก ถั่ว และโปรตีนไม่เพียงพอ
เนื่องจากวิตามินบี 1 ส่วนหนึ่งอยู่บริเวณชั้นนอกของเมล็ดธัญพืช การขัดสีจึงทำให้ปริมาณลดลง
เมื่ออายุมากขึ้น ความสามารถในการดูดซึมและการได้รับสารอาหารบางชนิดอาจเปลี่ยนแปลงไป
Vitamin B1 มีบทบาทต่อ
การส่งสัญญาณของระบบประสาท
การทำงานของกล้ามเนื้อ
กระบวนการสร้างพลังงานของเซลล์
ผู้สูงอายุที่รับประทานอาหารได้น้อย หรือมีความหลากหลายของอาหารต่ำ อาจมีความเสี่ยงได้รับวิตามินบี 1 ไม่เพียงพอ
งานวิจัยจาก Nutrients, 2021 กล่าวถึงบทบาทของ Thiamine ต่อระบบประสาทและสุขภาพในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะเมื่อมีภาวะได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ
แอลกอฮอล์เป็นหนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับภาวะขาดวิตามินบี 1 เนื่องจากอาจส่งผลต่อ
การดูดซึม Thiamine ในลำไส้
การสะสมในร่างกาย
การนำไปใช้ของเซลล์
ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์มากเป็นประจำจึงเป็นกลุ่มที่ควรระมัดระวังเรื่องระดับ Vitamin B1
งานวิจัยจาก Nature Reviews Disease Primers, 2018 ระบุว่าการดื่มแอลกอฮอล์เรื้อรังเป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะขาด Thiamine
ความต้องการโดยทั่วไปของผู้ใหญ่:
ผู้ชายประมาณ 1.2 mg/วัน
ผู้หญิงประมาณ 1.1 mg/วัน
ความต้องการอาจเพิ่มขึ้นในบางช่วง เช่น
ตั้งครรภ์
ให้นมบุตร
ใช้พลังงานสูง
มีความเสี่ยงได้รับไม่เพียงพอ
รูปแบบที่พบได้บ่อย เช่น
Thiamine Hydrochloride (Thiamine HCl)
เป็นรูปแบบมาตรฐานที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย และมีข้อมูลด้านความปลอดภัยมายาวนาน
สิ่งสำคัญคือควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่
ระบุปริมาณ Vitamin B1 ชัดเจน
มีมาตรฐานการผลิต
เหมาะกับความต้องการของแต่ละบุคคล
.webp)
Vitamin B1 เป็นวิตามินขนาดเล็ก แต่มีบทบาทสำคัญต่อระบบพลังงานและระบบประสาท
กลุ่มที่ควรใส่ใจการได้รับ Vitamin B1 ได้แก่
✅ คนทำงานที่เหนื่อยง่าย ใช้สมองหนัก
✅ นักกีฬาและคนออกกำลังกาย
✅ ผู้ที่รับประทานอาหารไม่หลากหลาย
✅ ผู้สูงอายุที่ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ
✅ ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
อย่างไรก็ตาม การเสริมวิตามินควรเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพ ไม่ควรใช้แทนอาหารที่สมดุล เพราะพื้นฐานสำคัญที่สุดยังคงเป็นการรับประทานอาหารครบหมู่ พักผ่อนเพียงพอ และออกกำลังกายอย่างเหมาะสม
Manzetti S, Zhang J, van der Spoel D. “Thiamine Function, Metabolism, Uptake, and Transport.” Biochemistry, 2014
Whitfield KC, et al. “Thiamine deficiency disorders: diagnosis, prevalence, and prevention.” Annals of the New York Academy of Sciences, 2018
Gibson GE, Blass JP. “Thiamine-dependent processes and brain metabolism.” Annals of the New York Academy of Sciences, 2008
Osiezagha K, et al. “Thiamine deficiency and delirium.” Oxford Medical Case Reports, 2013
World Health Organization. “Thiamine deficiency and prevention strategies.” WHO