0

ค่า TOTOX สำหรับผลิตภัณฑ์น้ำมันปลาคืออะไร? ทำไมต้องรู้ก่อนเลือกซื้อ Omega-3


2026-08-28 08:34:07
#ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร #ระบบภูมิคุ้มกัน #น้ำมันปลา

เมื่อเลือกซื้อผลิตภัณฑ์น้ำมันปลา (Fish Oil) หลายคนมักดูเพียงว่า

  • มี Omega-3 กี่มิลลิกรัม

  • ให้ EPA เท่าไหร่

  • ให้ DHA เท่าไหร่

  • เป็นน้ำมันปลาจากแหล่งไหน

แต่มีอีกหนึ่งค่าที่คนรักสุขภาพควรรู้จัก นั่นคือ

ค่า TOTOX (Total Oxidation Value)

เพราะน้ำมันปลาเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ในขณะเดียวกันก็มีความไวต่อการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน

หรือพูดง่าย ๆ คือ

การเสื่อมสภาพและการเกิดความหืนของน้ำมัน

ดังนั้น คุณภาพของน้ำมันปลาไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ “มี Omega-3 เยอะ” แต่ต้องดูด้วยว่า “น้ำมันนั้นสดและผ่านการควบคุมคุณภาพดีหรือไม่”


TOTOX คืออะไร? 

TOTOX ย่อมาจาก Total Oxidation Value

เป็นค่าที่ใช้ประเมินระดับการเกิดออกซิเดชันโดยรวมของน้ำมัน

โดยคำนวณจากค่า 2 ส่วนหลัก ได้แก่

1. Peroxide Value (PV) 

วัดปริมาณสารประกอบที่เกิดขึ้นในช่วงแรกของการเกิดออกซิเดชัน

เรียกว่า

Primary Oxidation Products

เช่น Hydroperoxides

ค่าที่สูงขึ้นอาจบ่งบอกว่าน้ำมันเริ่มเกิดการเสื่อมสภาพ


2. Anisidine Value (AV) 

วัดสารประกอบที่เกิดขึ้นในระยะหลังของการเกิดออกซิเดชัน

เรียกว่า

Secondary Oxidation Products

เช่น Aldehydes

ซึ่งเป็นสารที่เกี่ยวข้องกับกลิ่นหืนของน้ำมัน


ดังนั้น ค่า TOTOX จะสะท้อนภาพรวมของทั้ง

  • การเสื่อมระยะเริ่มต้น

  • การเสื่อมระยะหลัง

โดยสูตรคำนวณคือ

TOTOX = (2 × Peroxide Value) + Anisidine Value


ทำไมค่า TOTOX ถึงสำคัญกับน้ำมันปลา? 

เพราะ Omega-3 โดยเฉพาะ

  • EPA

  • DHA

เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง (Polyunsaturated Fatty Acids)

ซึ่งมีพันธะคู่หลายตำแหน่ง ทำให้มีโอกาสเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันได้ง่ายกว่าไขมันบางชนิด

ปัจจัยที่เร่งการเกิดออกซิเดชัน เช่น

  • ออกซิเจน

  • แสง

  • ความร้อน

  • ระยะเวลาการเก็บรักษา

เมื่อเกิดออกซิเดชันมากขึ้น อาจส่งผลต่อ

  • คุณภาพของน้ำมัน

  • กลิ่นและรสชาติ

  • ความสดใหม่ของผลิตภัณฑ์

ดังนั้น ค่า TOTOX จึงเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดคุณภาพของน้ำมันปลา


ค่า TOTOX เท่าไหร่ถึงถือว่าดี? 

องค์กรด้านมาตรฐานน้ำมันทะเลหลายแห่ง เช่น GOED (Global Organization for EPA and DHA Omega-3s) มีแนวทางเกี่ยวกับคุณภาพของ Omega-3

โดยทั่วไป น้ำมันปลาคุณภาพสูงมักตั้งเป้าควบคุมค่าออกซิเดชัน เช่น

  • Peroxide Value (PV) ≤ 5 meq/kg

  • Anisidine Value (AV) ≤ 20

  • TOTOX ≤ 26

ค่าเหล่านี้เป็นเกณฑ์อ้างอิงที่ใช้กันในอุตสาหกรรม Omega-3 เพื่อควบคุมคุณภาพและความสดของน้ำมัน

อย่างไรก็ตาม ค่า TOTOX ไม่ใช่ตัวชี้วัดเพียงอย่างเดียวในการเลือกผลิตภัณฑ์ เพราะยังต้องพิจารณาร่วมกับ

  • ปริมาณ EPA + DHA จริง

  • แหล่งที่มาของน้ำมันปลา

  • กระบวนการผลิต

  • การเก็บรักษา

  • มาตรฐานการตรวจสอบ


น้ำมันปลาที่เหม็นคาว แปลว่าคุณภาพไม่ดีเสมอไปหรือไม่? 

หลายคนเข้าใจว่า “น้ำมันปลาดีต้องไม่มีกลิ่นเลย” แต่ความจริงมีหลายปัจจัย

กลิ่นคาวอาจเกิดจาก

  • วัตถุดิบ

  • กระบวนการผลิต

  • การเคลือบแคปซูล

  • การเกิดออกซิเดชัน

หากน้ำมันปลาเกิดการออกซิเดชันสูง อาจทำให้เกิดกลิ่นหืนหรือกลิ่นไม่พึงประสงค์มากขึ้น

ดังนั้นการตรวจสอบค่าออกซิเดชันจึงเป็นวิธีที่มีความเป็นวิทยาศาสตร์มากกว่าการดูจากกลิ่นเพียงอย่างเดียว


นอกจากค่า TOTOX ควรดูอะไรเวลาซื้อน้ำมันปลา? 

1. ดูปริมาณ EPA และ DHA

อย่าดูแค่คำว่า

“Fish Oil 1,000 mg”

เพราะน้ำมันปลา 1,000 mg อาจมี Omega-3 จริงไม่เท่ากัน

ควรดูว่าได้รับ

  • EPA กี่ mg

  • DHA กี่ mg

เพราะสองตัวนี้เป็นส่วนสำคัญที่มีการศึกษาในงานวิจัย


2. ดูรูปแบบของ Omega-3

รูปแบบที่พบ เช่น

Triglyceride (TG)

เป็นรูปแบบที่พบตามธรรมชาติในปลา

Ethyl Ester (EE)

เป็นรูปแบบที่ผ่านกระบวนการทำให้เข้มข้น Omega-3

ทั้งสองรูปแบบสามารถใช้ได้ ขึ้นอยู่กับกระบวนการผลิตและคุณภาพโดยรวม


3. ดูมาตรฐานการตรวจสอบ

ผลิตภัณฑ์ Omega-3 คุณภาพดีควรมีการตรวจสอบ เช่น

  • โลหะหนัก

  • ความบริสุทธิ์

  • ค่าออกซิเดชัน


ใครบ้างที่ควรให้ความสำคัญกับคุณภาพน้ำมันปลาเป็นพิเศษ? 

กลุ่มที่รับประทาน Omega-3 เป็นประจำ เช่น

  • คนที่ต้องการดูแลสุขภาพหัวใจ

  • คนที่รับประทานปลาน้อย

  • ผู้สูงอายุ

  • คนที่ดูแล Brain Health

  • นักกีฬาและคนออกกำลังกาย

เพราะหากต้องรับประทานต่อเนื่องในระยะยาว การเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญ


สรุป 

ค่า TOTOX คือค่าที่ใช้ประเมินระดับการเกิดออกซิเดชันโดยรวมของน้ำมันปลา

พูดง่าย ๆ คือ

เป็นหนึ่งในตัวช่วยบอกว่าน้ำมันปลามีความสดใหม่และผ่านการควบคุมคุณภาพดีแค่ไหน

เวลาซื้อน้ำมันปลา อย่าดูเพียงว่า

“มี Omega-3 เยอะหรือไม่”

แต่ควรดูด้วยว่า

✅ EPA + DHA มีปริมาณเหมาะสม
✅ มีการควบคุมค่าออกซิเดชัน
✅ มีมาตรฐานการตรวจสอบ
✅ เก็บรักษาอย่างเหมาะสม

เพราะ Omega-3 ที่ดี ไม่ใช่แค่ “ปริมาณสูง” แต่ต้องเป็นน้ำมันปลาที่มีคุณภาพและคงคุณค่าของสารสำคัญไว้ได้


ข้อมูลอ้างอิง 

  • GOED Voluntary Monograph for Omega-3 EPA and DHA Ingredients, Global Organization for EPA and DHA Omega-3s

  • International Fish Oil Standards (IFOS). Quality Criteria for Omega-3 Fish Oils

  • Shahidi F, Zhong Y. “Lipid oxidation and improving the oxidative stability.” Chemical Society Reviews, 2010

  • Jakobsen J, et al. “Oxidation of fish oils and omega-3 fatty acids.” Food Chemistry, 2013

  • Albert BB, et al. “Oxidation of marine omega-3 supplements and its impact on quality.” Scientific Reports, 2015

Copyright ® 2022 www.nowfoodsthailand.com