
Sambucus หรือที่รู้จักกันในชื่อสามัญว่า “เอลเดอร์เบอร์รี่” เป็นพืชในวงศ์ Adoxaceae ซึ่งประกอบด้วยไม้พุ่มและไม้ยืนต้นขนาดเล็กหลายสายพันธุ์ โดยสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และโภชนาการคือ Sambucus nigra หรือเอลเดอร์เบอร์รี่ยุโรป
โดย Sambucus หรือ เอลเดอร์เบอร์รี่นั้นเป็นพืชในตระกูลเบอร์รี่ ผลทรงกลมเล็ก สีม่วงเข้ม และมีประวัติการใช้งานย้อนไปถึงยุคหินใหม่ (Neolithic period) โดยพบหลักฐานการใช้ในพื้นที่ของประเทศ สวิตเซอร์แลนด์และอิตาลีในปัจจุบันและ ชาวอียิปต์โบราณยังใช้ Sambucus หรือ เอลเดอร์เบอร์รี่ในการรักษาแผลไฟไหม้อีกด้วย
ในยุคกรีกและโรมันโบราณ “ฮิปโปเครติส” ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งการแพทย์ ได้ขนานนามต้นเอลเดอร์เบอร์รี่ว่าเป็น "ตู้ยาของธรรมชาติ"เลยทีเดียว ด้วยเหตุนี้ ในปัจจุบันจึงมีการ Sambucus หรือ เอลเดอร์เบอร์รี่ มาใช้ในทางการแพทย์และการดูแลสุขภาพมากขึ้น
การเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน: จากงานวิจัยของ Barak และคณะในปี 2001 พบว่าสารสกัดจากเอลเดอร์เบอร์รี่มีความสามารถในการกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะการเพิ่มการผลิตไซโตไคน์ (cytokines) ซึ่งเป็นโปรตีนที่มีบทบาทสำคัญในการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันได้เป็นอย่างดี
การต้านไวรัส: การศึกษาของ Zakay-Rones และคณะในปี 2004 แสดงให้เห็นว่าสารสกัดจากเอลเดอร์เบอร์รี่มีความสามารถในการยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัสไข้หวัดใหญ่และไวรัสเริมได้นอกจากนี้ การวิจัยยังบ่งชี้ว่าการบริโภคผลิตภัณฑ์จากเอลเดอร์เบอร์รี่อาจช่วยลดระยะเวลาและความรุนแรงของอาการหวัดและไข้หวัดใหญ่ได้
คุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ: การศึกษาของ Młynarczyk และคณะในปี 2018 พบว่าในเอลเดอร์เบอร์รี่ เป็นแหล่งที่พบสาร “แอนโทไซยานิน”สูง ซึ่งมีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระที่สูง ซึ่งมีส่วนช่วยป้องกันเซลล์จากความเสียหายที่เกิดจาก oxidative stress และอาจมีส่วนช่วยในการลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเรื้อรังบางชนิด เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือดลงได้

เรื่องน่าทึ่งเกี่ยวกับ Sambucus หรือ เอลเดอร์เบอร์รี่ที่คุณอาจไม่รู้ !
ความสามารถในการบำบัดน้ำเสีย: มีการศึกษาของ Salazar และคณะในปี 2014 ที่แสดงให้เห็นว่าต้นเอลเดอร์ (Sambucus) มีศักยภาพในการใช้เป็นพืชบำบัดน้ำเสีย (phytoremediation) โดยสามารถดูดซับโลหะหนักจากดินและน้ำได้ ซึ่งอาจนำไปสู่การพัฒนาวิธีการทางธรรมชาติในการฟื้นฟูพื้นธรรมชาติได้อีกด้วย
ความสามารถในการเพิ่มประสิทธิภาพของยาแผนปัจจุบัน: มีการศึกษาของ Jędrejek ในปี 2017 เบื้องต้นที่แสดงให้เห็นว่าสารสำคัญใน Sambucus อาจช่วยเพิ่มการดูดซึมของยาบางประเภท ซึ่งอาจนำไปสู่การพัฒนาวิธีการเสริมประสิทธิภาพของยาได้ดีขึ้น
อ้างอิงข้อมูล
Barak, V., Halperin, T., & Kalickman, I. (2001). The effect of Sambucol, a black elderberry-based, natural product, on the production of human cytokines: I. Inflammatory cytokines. European Cytokine Network, 12(2), 290-296.
Młynarczyk, K., Walkowiak-Tomczak, D., & Łysiak, G. P. (2018). Bioactive properties of Sambucus nigra L. as a functional ingredient for food and pharmaceutical industry. Journal of Functional Foods, 40, 377-390.
Ciocoiu, M., Miron, A., Mares, L., Tutunaru, D., Pohaci, C., Groza, M., & Badescu, M. (2009). The effects of Sambucus nigra polyphenols on oxidative stress and metabolic disorders in experimental diabetes mellitus. Journal of Physiology and Biochemistry, 65(3), 297-304
Salazar, M. J., Rodriguez, J. H., Leonardo Nieto, G., & Pignata, M. L. (2014). Effects of heavy metals on bioaccumulation and phytoremediation potential of Sambucus nigra L. Journal of Environmental Management, 133, 82-90.
Jędrejek, D., Kontek, B., Lis, B., Stochmal, A., & Olas, B. (2017). Evaluation of antioxidant activity of phenolic fractions from the leaves and fruits of Sambucus nigra L. subspecies. Natural Product Research, 31(10), 1193-1196.