
NADH (Nicotinamide Adenine Dinucleotide) เป็นโคเอนไซม์ที่มีบทบาทสำคัญในการผลิตพลังงานระดับเซลล์ ซึ่งเป็นอนุพันธ์ของวิตามินบี 3 ที่มีคุณสมบัติรอบด้าน ทำให้ในปัจจุบันคนส่วนมากนิยมหาวิธีในการเสริม NADH ให้กับร่างกาย
โดยการเสริม NADH ที่นิยมในปัจจุบัน มีทั้งแบบฉีดและแบบกิน ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดีและข้อแตกต่างที่ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับบุคคลว่าสะดวกในรูปแบบใด โดยจะมีข้อเปรียบเทียบดังนี้
NADH ในรูปแบบการฉีด เข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง ทำให้ร่างกายได้รับ NADH อย่างรวดเร็ว
NADH ไม่ผ่านการย่อยในระบบทางเดินอาหาร ทำให้ร่างกายได้รับ NADH ในปริมาณที่มากกว่า
การฉีด NADH ไม่สามารถทำได้ด้วยตนเอง ต้องเข้าไปทำตามคลินิกซึ่งใช้เวลานานและกรรมวิธีที่มากกว่า
รูปแบบการฉีด NADH อาจมีการติดเชื้อ หรือการระคายเคืองบริเวณที่ฉีด หรือเกิดผลข้างเคียงได้
เนื่องจากการฉีด NADH ต้องอาศัยบุคคลากรที่มีความรู้ จึงมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากการเข้ารับบริการ
ในด้านของผลข้างเคียงเมื่อร่างกายได้รับ NADH ในปริมาณที่มากเกินไป จากการศึกษาของ Birkmayer และคณะในปี 1993 ระบุว่า การได้รับ NADH มากเกินไปอาจทำให้เกิดอาการต่างๆ ดังนี้ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ปวดศีรษะ วิงเวียน และผื่นแพ้ผิวหนัง (ในบางราย)
NADH ในรูปแบบกิน จะสามารถรับประทานได้ด้วยตนเองที่ใดก็ได้ ไม่ต้องเดินทางไปพบแพทย์
NADH ในรูปแบบกินนั้น สามารถลดความเสี่ยงที่เกิดจากการฉีด เช่น การติดเชื้อ หรือผลข้างเคียงต่างๆลงได้
ในปัจจุบัน NADH รูปแบบกิน ยังมีราคาที่ถูกมากกว่า และไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากการเข้ารับบริการจากผู้เชี่ยวชาญ

การศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิผลระหว่าง NADH แบบฉีดและแบบกิน
การเลือกระหว่าง NADH แบบฉีดและแบบกินขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งาน สภาพร่างกาย และคำแนะนำของแพทย์ แบบฉีดอาจเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลในเวลาอันสั้น ในขณะที่แบบกินอาจเหมาะสำหรับการใช้เสริมสุขภาพทั่วไปและดีกว่าในระยะยาว