
NADH (Nicotinamide Adenine Dinucleotide) ถูกค้นพบครั้งแรกในปี 1906 โดยนักชีวเคมีชาวอังกฤษ อาเธอร์ ฮาร์เดน และวิลเลียม ยังก์ แต่บทบาทสำคัญของ NADH ในกระบวนการเมแทบอลิซึมและการผลิตพลังงานของเซลล์เพิ่งจะเป็นที่เข้าใจอย่างลึกซึ้งในช่วงกลางศตวรรษที่ 20
ในปี 1953 นักวิทยาศาสตร์ชื่อ ฟริตซ์ ลิปมันน์ ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์ จากการค้นพบบทบาทหน้าที่ของ NADH ในการเป็นโคเอนไซม์สำคัญในกระบวนการหายใจระดับเซลล์ นี่เป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษา NADH อย่างจริงจังในแง่ของการประยุกต์ใช้ทางการแพทย์
จากการศึกษาของ Imai และ Guarente ในปี 2014 ระบุว่า ความสนใจในการใช้ NADH เพื่อชะลอวัยเริ่มขึ้นในช่วงปลายทศวรรษ 1990 เมื่อนักวิจัยเริ่มเข้าใจบทบาทของ NAD+ และ NADH ในกระบวนการเมแทบอลิซึมและการซ่อมแซม DNA
จากงานวิจัยของ Ying ในปี 2008 กล่าวว่า NADH เป็นตัวพาอิเล็กตรอนที่สำคัญในกระบวนการสร้าง ATP ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานหลักของเซลล์ และการเพิ่มระดับ NADH ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพลังงาน ทำให้เซลล์ทำงานได้ดีขึ้นแม้อายุที่เพิ่มมากขึ้น
จากการศึกษาของ Belenky และคณะในปี 2007 ระบุว่า NADH มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และช่วยลดความเสียหายของเซลล์จากปฏิกิริยาออกซิเดชัน โดยการลดความเสียหายนี้ช่วยชะลอกระบวนการเสื่อมของเซลล์
งานวิจัยของ Fang และคณะในปี 2016 กล่าวว่า NADH มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นเอนไซม์ PARP ที่ช่วยซ่อมแซม DNA ที่เสียหาย โดยการซ่อมแซม DNA ที่มีประสิทธิภาพ สามารถช่วยลดการสะสมของความผิดปกติทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเสื่อมของเซลล์ได้
งานวิจัยของ Bonkowski และ Sinclair ในปี 2016 ระบุว่า NAD+ กระตุ้นการทำงานของโปรตีนกลุ่ม Sirtuins ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการควบคุมอายุขัยของเซลล์ โดย Sirtuins ช่วยควบคุมการแสดงออกของยีนที่เกี่ยวข้องกับการแก่ตัวและอายุขัย

แม้ว่าผลการวิจัยในสัตว์ทดลองจะมีผลที่น่าสนใจ แต่การนำมาใช้ในมนุษย์ยังต้องการการศึกษาเพิ่มเติม ความท้าทายหลักคือ
การหาวิธีเพิ่มระดับ NAD+/NADH ในร่างกายมนุษย์อย่างมีประสิทธิภาพ
การศึกษาผลข้างเคียงระยะยาวของการเสริม NADH หรือ NAD+ precursors
การพัฒนาวิธีการนำส่ง NADH เข้าสู่เซลล์เป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ
แต่ถ้าไม่อยากรอ เราก็สามารถเลือกผลิตภัณฑ์ในการเสริม NADH ในร่างกายแต่ก็ต้องเลือกให้ปลอดภัย มีมาตรฐาน และตรารับรองคุณภาพระดับสากล อีกทั้งควรมีฉลากไทย และได้ อย. ไทย อย่างถูกต้อง เพื่อให้มั่นใจว่าได้สินค้าที่ได้คุณภาพ ของแท้ 100%
Harden, A., & Young, W. J. (1906). The Alcoholic Ferment of Yeast-Juice. Proceedings of the Royal Society of London. Series B, Containing Papers of a Biological Character, 78(526), 369-375.
Lipmann, F. (1958). The Biological Role of Pyrophosphate. In The Chemical Basis of Life (pp. 301-310).
Imai, S., & Guarente, L. (2014). NAD+ and sirtuins in aging and disease. Trends in Cell Biology, 24(8), 464-471.
Ying, W. (2008). NAD+/NADH and NADP+/NADPH in cellular functions and cell death: regulation and biological consequences. Antioxidants & Redox Signaling, 10(2), 179-206.
Belenky, P., Bogan, K. L., & Brenner, C. (2007). NAD+ metabolism in health and disease. Trends in Biochemical Sciences, 32(1), 12-19.
Fang, E. F., et al. (2016). NAD+ in Aging: Molecular Mechanisms and Translational Implications. Trends in Molecular Medicine, 22(5), 420-432.
Bonkowski, M. S., & Sinclair, D. A. (2016). Slowing ageing by design: the rise of NAD+ and sirtuin-activating compounds. Nature Reviews Molecular Cell Biology, 17(11), 679-690.
Gomes, A. P., et al. (2013). Declining NAD+ Induces a Pseudohypoxic State Disrupting Nuclear-Mitochondrial Communication during Aging. Cell, 155(7), 1624-1638.
Zhang, H., et al. (2016). NAD+ repletion improves mitochondrial and stem cell function and enhances life span in mice. Science, 352(6292), 1436-1443.