
เข้าใกล้หน้าร้อนขึ้นมาทุกทีสำหรับประเทศไทย และยังเป็นช่วงที่น้องๆหนูๆปิดเทอมกันอีกด้วย แล้วสิ่งที่มักมาพร้อมหน้าร้อนก็คือ “โรคระบาด” นั่นเอง โรคไหนที่กำลังจะมาหล่ะ วันนี้ NOWFOODSTHAILAND จะมาให้ความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่า “โนโรไวรัส”
โนโรไวรัส (Norovirus) เป็นเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุหลักของโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบที่ไม่ได้เกิดจากแบคทีเรีย โนโรไวรัสมีความสามารถในการแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีคนอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก เช่น โรงเรียน สถานดูแลผู้สูงอายุ และ โรงพยาบาล
โนโรไวรัสเป็นสาเหตุของการระบาดของโรคท้องร่วงทั่วโลก และมีการประมาณการว่าเชื้อนี้ทำให้เกิดการป่วยประมาณ 685 ล้านคนต่อปี และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตประมาณ 200,000 รายต่อปีทั่วโลก โดยส่วนใหญ่เป็นเด็กในประเทศกำลังพัฒนาและผู้สูงอายุ
อาการของการติดเชื้อโนโรไวรัสมักจะเริ่มแสดงภายใน 12-48 ชั่วโมงหลังจากได้รับเชื้อ และมักจะคงอยู่ประมาณ 1-3 วัน อาการที่พบบ่อยได้แก่:
คลื่นไส้อย่างรุนแรง
อาเจียน (พบบ่อยในเด็ก)
ท้องร่วง
ปวดท้อง
ปวดกล้ามเนื้อ
ปวดศีรษะ
มีไข้ต่ำๆ
อ่อนเพลีย

การป้องกันการติดเชื้อโนโรไวรัสมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากไม่มีวัคซีนหรือยาต้านไวรัสเฉพาะสำหรับโนโรไวรัส วิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพได้แก่
ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดอย่างน้อย 20 วินาที โดยเฉพาะหลังการใช้ห้องน้ำ ก่อนการเตรียมหรือรับประทานอาหาร หรือหลังการเปลี่ยนผ้าอ้อมหรือดูแลผู้ป่วย
ควรใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ (อย่างน้อย 60% แอลกอฮอล์) สามารถใช้เสริมได้ แต่ไม่ควรทดแทนการล้างมือด้วยสบู่และน้ำ เนื่องจากแอลกอฮอล์อาจไม่สามารถฆ่าโนโรไวรัสได้อย่างสมบูรณ์
ทำได้โดยล้างผักและผลไม้ให้สะอาดก่อนการบริโภค ปรุงอาหารทะเลให้สุกอย่างทั่วถึง แยกเขียงและอุปกรณ์ในการเตรียมอาหารดิบและอาหารสุกเป็นต้น
ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นผิวที่มีการสัมผัสบ่อยๆ เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได โทรศัพท์ และใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่มีส่วนผสมของคลอรีน
ในประเทศไทย มีการระบาดของโนโรไวรัสเป็นระยะ โดยเฉพาะในฤดูหนาวและช่วงต้นฤดูฝน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข รายงานว่าโนโรไวรัสเป็นสาเหตุสำคัญของการระบาดของโรคอุจจาระร่วงในสถานที่ที่มีคนอยู่รวมกัน เช่น โรงเรียน ค่ายทหาร และสถานประกอบการต่างๆ
โนโรไวรัสเป็นเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดอาการในระบบทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน และท้องร่วง ในขณะที่ไข้หวัดใหญ่เป็นการติดเชื้อทางเดินหายใจที่มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ และปวดกล้ามเนื้อ
ไม่ได้ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ไม่สามารถป้องกันโนโรไวรัสได้ เนื่องจากเป็นเชื้อไวรัสคนละชนิดกัน ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันโนโรไวรัส
ไม่ได้ ยาปฏิชีวนะใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรียเท่านั้น ไม่สามารถรักษาการติดเชื้อไวรัสได้ การใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็นอาจนำไปสู่ปัญหาเชื้อดื้อยา
สำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ควรมีติดตัวไว้ในช่วงนี้ตัวอย่างเช่น วิตามินซี ที่ช่วยในเรื่องของกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงมากขึ้น หรือ เบต้ากลูแคน ที่ช่วยให้เซลล์เม็ดเลือดขาวทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ร่างกายของเราพร้อมสู้ทุกสภาวะ
ข้อมูลอ้างอิง
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค สหรัฐอเมริกา (CDC). "Norovirus." www.cdc.gov/norovirus
องค์การอนามัยโลก (WHO). "Norovirus." www.who.int
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ประเทศไทย. "โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน." ddc.moph.go.th
Hall AJ, Lopman BA, Payne DC, et al. "Norovirus disease in the United States." Emerging Infectious Diseases. 2013;19(8):1198-1205.
สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค. "สถานการณ์โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันในประเทศไทย." 2023.