0

“โนโรไวรัส” กำลังมา ทำไงดี


2025-02-27 15:15:47
#ระบบภูมิคุ้มกัน #โนโรไวรัส

     เข้าใกล้หน้าร้อนขึ้นมาทุกทีสำหรับประเทศไทย และยังเป็นช่วงที่น้องๆหนูๆปิดเทอมกันอีกด้วย แล้วสิ่งที่มักมาพร้อมหน้าร้อนก็คือ “โรคระบาด” นั่นเอง โรคไหนที่กำลังจะมาหล่ะ วันนี้ NOWFOODSTHAILAND จะมาให้ความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่า “โนโรไวรัส”

     โนโรไวรัส (Norovirus) เป็นเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุหลักของโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบที่ไม่ได้เกิดจากแบคทีเรีย โนโรไวรัสมีความสามารถในการแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีคนอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก เช่น โรงเรียน สถานดูแลผู้สูงอายุ และ โรงพยาบาล 

     โนโรไวรัสเป็นสาเหตุของการระบาดของโรคท้องร่วงทั่วโลก และมีการประมาณการว่าเชื้อนี้ทำให้เกิดการป่วยประมาณ 685 ล้านคนต่อปี และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตประมาณ 200,000 รายต่อปีทั่วโลก โดยส่วนใหญ่เป็นเด็กในประเทศกำลังพัฒนาและผู้สูงอายุ

โนโรไวรัสเป็นแล้ว มีอาการอย่างไร?

     อาการของการติดเชื้อโนโรไวรัสมักจะเริ่มแสดงภายใน 12-48 ชั่วโมงหลังจากได้รับเชื้อ และมักจะคงอยู่ประมาณ 1-3 วัน อาการที่พบบ่อยได้แก่:

  • คลื่นไส้อย่างรุนแรง

  • อาเจียน (พบบ่อยในเด็ก)

  • ท้องร่วง

  • ปวดท้อง

  • ปวดกล้ามเนื้อ

  • ปวดศีรษะ

  • มีไข้ต่ำๆ

  • อ่อนเพลีย

ป้องกันโนโรไวรัสอย่างไร

ป้องกัน “โนโรไวรัส” อย่างไร

     การป้องกันการติดเชื้อโนโรไวรัสมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากไม่มีวัคซีนหรือยาต้านไวรัสเฉพาะสำหรับโนโรไวรัส วิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพได้แก่

การล้างมืออย่างสม่ำเสมอและถูกวิธี

     ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดอย่างน้อย 20 วินาที โดยเฉพาะหลังการใช้ห้องน้ำ ก่อนการเตรียมหรือรับประทานอาหาร หรือหลังการเปลี่ยนผ้าอ้อมหรือดูแลผู้ป่วย

     ควรใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ (อย่างน้อย 60% แอลกอฮอล์) สามารถใช้เสริมได้ แต่ไม่ควรทดแทนการล้างมือด้วยสบู่และน้ำ เนื่องจากแอลกอฮอล์อาจไม่สามารถฆ่าโนโรไวรัสได้อย่างสมบูรณ์

การจัดการอาหารอย่างปลอดภัย

     ทำได้โดยล้างผักและผลไม้ให้สะอาดก่อนการบริโภค ปรุงอาหารทะเลให้สุกอย่างทั่วถึง แยกเขียงและอุปกรณ์ในการเตรียมอาหารดิบและอาหารสุกเป็นต้น

การทำความสะอาดและการฆ่าเชื้อ

     ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นผิวที่มีการสัมผัสบ่อยๆ เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได โทรศัพท์ และใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่มีส่วนผสมของคลอรีน 

โนโรไวรัสในประเทศไทย

     ในประเทศไทย มีการระบาดของโนโรไวรัสเป็นระยะ โดยเฉพาะในฤดูหนาวและช่วงต้นฤดูฝน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข รายงานว่าโนโรไวรัสเป็นสาเหตุสำคัญของการระบาดของโรคอุจจาระร่วงในสถานที่ที่มีคนอยู่รวมกัน เช่น โรงเรียน ค่ายทหาร และสถานประกอบการต่างๆ

คำถามที่พบบ่อย

1. โนโรไวรัสแตกต่างจากไข้หวัดใหญ่อย่างไร?

     โนโรไวรัสเป็นเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดอาการในระบบทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน และท้องร่วง ในขณะที่ไข้หวัดใหญ่เป็นการติดเชื้อทางเดินหายใจที่มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ และปวดกล้ามเนื้อ

2. วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่สามารถป้องกันโนโรไวรัสได้หรือไม่?

     ไม่ได้ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ไม่สามารถป้องกันโนโรไวรัสได้ เนื่องจากเป็นเชื้อไวรัสคนละชนิดกัน ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันโนโรไวรัส

3. ยาปฏิชีวนะสามารถรักษาโนโรไวรัสได้หรือไม่?

     ไม่ได้ ยาปฏิชีวนะใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรียเท่านั้น ไม่สามารถรักษาการติดเชื้อไวรัสได้ การใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็นอาจนำไปสู่ปัญหาเชื้อดื้อยา

4. ตัวช่วยที่ควรมีเพื่อป้องกันตัวเองไม่ให้ป่วยง่ายมีอะไรบ้าง?

    สำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ควรมีติดตัวไว้ในช่วงนี้ตัวอย่างเช่น วิตามินซี ที่ช่วยในเรื่องของกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงมากขึ้น หรือ เบต้ากลูแคน ที่ช่วยให้เซลล์เม็ดเลือดขาวทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ร่างกายของเราพร้อมสู้ทุกสภาวะ


ข้อมูลอ้างอิง

  1. ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค สหรัฐอเมริกา (CDC). "Norovirus." www.cdc.gov/norovirus

  2. องค์การอนามัยโลก (WHO). "Norovirus." www.who.int

  3. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ประเทศไทย. "โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน." ddc.moph.go.th

  4. Hall AJ, Lopman BA, Payne DC, et al. "Norovirus disease in the United States." Emerging Infectious Diseases. 2013;19(8):1198-1205.

  5. สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค. "สถานการณ์โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันในประเทศไทย." 2023.

Copyright ® 2022 www.nowfoodsthailand.com