
Arginine เป็นหนึ่งในกรดอะมิโนที่มีบทบาทสำคัญในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสร้างไนตริกออกไซด์ซึ่งช่วยขยายหลอดเลือด การใช้ Arginine ร่วมกับวิตามินหรือสารอาหารอื่นๆ อาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและประโยชน์ต่อสุขภาพ ซึ่งในบทความนี้จะมาเล่าถึงการใช้ Arginine ร่วมกับสารอาหารต่างๆ พร้อมข้อมูลอ้างอิงทางวิทยาศาสตร์ และงานวิจัยจากทั่วโลก
การรับประทาน Arginine ร่วมกับวิตามินซี อาจเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างไนตริกออกไซด์ ช่วยลดความดันโลหิต และบำรุงหลอดเลือดภายในร่างกายได้อีกด้วย
โดยจากการศึกษาในปี 2001 โดย Böger และคณะ พบว่าการใช่ Arginine ร่วมกับวิตามินซี สามารถช่วยเพิ่มการขยายตัวของหลอดเลือดในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจได้
Citrulline เป็นกรดอะมิโนที่ร่างกายสามารถเปลี่ยนไปเป็น Arginine ได้ ดังนั้นการใช้ร่วมกันอาจเพิ่มระดับ Arginine ในเลือดได้มากกว่าการใช้ Arginine เพียงอย่างเดียว โดยจะไปเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างไนตริกออกไซด์ ซึ่งช่วยในการออกกำลังกาย
จากการศึกษาในปี 2017 โดย Suzuki และคณะ พบว่าการรับประทาน Citrulline ร่วมกับ Arginine ช่วยเพิ่มระดับ Arginine ในเลือดได้มากกว่าการใช้ Arginine เพียงอย่างเดียว
Pycnogenol เป็นสารสกัดจากเปลือกสนฝรั่งเศส การใช้ร่วมกับ Arginine อาจช่วยปรับปรุงสุขภาพหลอดเลือดให้แข็งแรง และปรับปรุงการไหลเวียนของเลือดให้ดียิ่งขึ้น
จากงานวิจัยในปี 2007 โดย Stanislavov และ Nikolova พบว่าการใช้ Arginine ร่วมกับ Pycnogenol ช่วยปรับปรุงอาการของโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายอุดตันได้
Zinc เป็นหนึ่งในแร่ธาตุที่สำคัญต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน การใช้ร่วมกับ Arginine อาจช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและสุขภาพโดยรวมได้ดี และจากการศึกษาในปี 2005 โดย Wilmore และคณะ พบว่าการให้ Arginine ร่วมกับ Zinc ช่วยปรับปรุงการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงได้
กรดไขมัน Omega-3 มีคุณสมบัติต้านการอักเสบ การใช้ร่วมกับ Arginine อาจช่วยปรับปรุงสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด โดยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด
ในการศึกษาในปี 2010 โดย Rondanelli และคณะ พบว่าการใช้ Arginine เสริมกับกรดไขมัน Omega-3 ช่วยลดความดันโลหิตและปรับปรุงการทำงานของหลอดเลือดในผู้สูงอายุที่มีภาวะความดันโลหิตสูงได้
Ornithine มีประโยชน์ในด้านของการช่วยกำจัดแอมโมเนียที่สะสมในกล้ามเนื้อระหว่างการออกกำลังกาย ซึ่งอาจช่วยลดความเหนื่อยล้าและเพิ่มความทนทาน
จากการศึกษาของ Zajac และคณะในปี 2010 ระบุว่า การใช้รวมกันสามารถเสริมประสิทธิภาพของการสร้าง Growth Hormone และช่วยให้ออกกำลังการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
Vitamin D-3 นั้นมีคุณสมบัติที่ช่วยในเรื่องของ การเสริมภูมิคุ้มกันและการควบคุมความดันโลหิต รวมถึงเสริมการทำงานของกระดูกและกล้ามเนื้อได้ดี
โดยจากการศึกษาของ Aranow และคณะในปี 2011 กล่าวว่า Vitamin D-3 และ Arginine นั้นช่วยเสริมการทำงานซึ่งกันและกัน และช่วยให้ออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Magnesium มีคุณสมบัติในเรื่องของ การควบคุมความดันโลหิต และช่วยบำรุงหัวใจและหลอดเลือดได้ดี จากการศึกษาของ Houston ในปี 2011 กล่าวว่า ทั้งคู่สามารถเสริมประสิทธิภาพการทำงานซึ่งกันและกัน ซึ่งช่วยในเรื่องของ การไหลเวียนเลือด การลดความดันโลหิต และช่วยบำรุงสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดได้ดีอีกด้วย
การใช้ Arginine ร่วมกับวิตามินและสารอาหารอื่นๆ อาจเพิ่มประสิทธิภาพและประโยชน์ต่อสุขภาพในหลายด้าน แต่ก็ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่น่าเชื่อถือ ได้รับรางวัลการันตีต่างๆ หรือมีผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้คำปรึกษาได้ เพื่อให้เราสามารถมั่นใจ และได้ความรู้ถึงประโยชน์ของแต่ละสารอาหารได้นั่นเอง
Böger RH, et al. "Restoring vascular nitric oxide formation by L-arginine improves the symptoms of intermittent claudication in patients with peripheral arterial occlusive disease." J Am Coll Cardiol. 1998;32(5):1336-1344.
Suzuki T, et al. "Oral L-citrulline supplementation enhances cycling time trial performance in healthy trained men: Double-blind randomized placebo-controlled 2-way crossover study." J Int Soc Sports Nutr. 2016;13:6.
Stanislavov R, Nikolova V. "Treatment of erectile dysfunction with pycnogenol and L-arginine." J Sex Marital Ther. 2003;29(3):207-213.
Wilmore DW, et al. "The effect of glutamine and arginine on the inflammatory response in burn patients." J Trauma. 2005;58(2):315-321.
Rondanelli M, et al. "Effect of omega-3 fatty acids supplementation on depressive symptoms and on health-related quality of life in the treatment of elderly women with depression: a double-blind, placebo-controlled, randomized clinical trial." J Am Coll Nutr. 2010;29(1):55-64.
Zajac A, et al. "Arginine and ornithine supplementation increases growth hormone and insulin-like growth factor-1 serum levels after heavy-resistance exercise in strength-trained athletes." J Strength Cond Res. 2010;24(4):1082-1090.
Aranow, C. (2011). "Vitamin D and the immune system." Journal of Investigative Medicine, 59(6), 881-886.
Houston, M. (2011). "The role of magnesium in hypertension and cardiovascular disease." Journal of Clinical Hypertension, 13(11), 843-847.