0

NADH : Anti-Aging at the cellular level


2022-08-09 10:13:00

NAD คืออะไร

            NAD ย่อมาจาก Nicotinamide Adenine Dinucleotide ซึ่งเป็นสารที่พบได้ในทุกๆ เซลล์ของสิ่งมีชีวิตนักวิทยาศาสตร์นั้นรู้จัก NAD มาตั้งแต่ปี 1906 แต่ต้องรอจนกระทั่งปี 1940 กว่าที่บรรดาแพทย์จะเริ่มเข้าใจถึงบทบาทและหน้าที่ของ NAD ในร่างกายมนุษย์และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเหล่าบุคลากรทางการแพทย์ก็มีการใช้ NAD ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้ป่วยต่างๆ มากขึ้นเรื่อยๆ
            NAD เป็นอนุพันธ์ของวิตามิน บี3 เป็นสารประกอบจากธรรมชาติ มีความจำเป็นต่อกระบวนการชีวเคมีเพื่อให้สิ่งมีชีวิตดำรงอยู่ได้โดยทำงานเป็นโคเอนไซม์ (Co Enzyme) อยู่ในทุกๆ เซลล์ทั่วร่างกาย เป็นวัตถุดิบสำคัญในกระบวนการเผาผลาญเพื่อสร้างพลังงานให้แก่ทุกๆ เซลล์ (Metabolism)
            NAD ยังมีบทบาทสำคัญในกระบวนการซ่อมแซมดีเอ็นเอ (DNA repair) ช่วยส่งเสริมการสร้างเซลล์ใหม่เพื่อทดแทนเซลล์เดิมที่เสื่อมสลายไป  ซึ่งมีผลโดยตรงต่อการชะลอความเสื่อมของทุกระบบในร่างกาย (Anti Aging) NAD จึงมีบทบาทอย่างมากในทุกๆ เซลล์ของมนุษย์และสัตว์ รวมถึงจุลินทรีย์และพืชด้วย ไม่มีสิงมีชีวิตใดที่จะดำรงอยู่ได้หากปราศจาก NAD
            หากร่างกายของเรา มีระดับ NAD ที่ต่ำเกินไป จะเชื่อมโยงไปถึงปัญหาสุขภาพต่างๆ เช่นอาการอ่อนเพลีย ร่างกายทรุดโทรม ซึ่งร่างกายของเราจะสร้าง NAD ได้มากเมื่อยังเยาว์วัยและวัยเจริญเติบโต โดยจะลดลงเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่และวัยสูงอายุ ซึ่งจากการศึกษาพบว่า ผู้ที่มีอายุ 50 ปี จะมีระดับ NAD ลดลง 50% จากตอนที่อายุ 20 ปี และเมื่ออายุได้ 70 ปี NAD จะเหลือเพียง 20% เท่านั้น และจะเหลือเพียง 1-10% เมื่ออายุ 80 ปี
            นอกจากอายุแล้ว ปัจจัยสำคัญอีกอย่างที่ทำให้ระดับของ NAD ในร่างกายลดน้อยลงคือ การได้รับสารอาหารที่ไม่ครบถ้วนเพียงพอ รวมถึงภาวะอ้วน ทั้งนี้ มีรายงานว่า ผู้ที่มีอาการในกลุ่มโรคอ้วนเรื้อรัง (Metabolic syndrome) ทั้งน้ำตาลในเลือดสูง ไขมันในเลือดสูง ไขมันสะสมที่ตับสูง นั้น แทบทั้งหมดจะมีระดับ NAD ในร่างกายที่ต่ำกว่าปกติด้วย

NAD ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ได้อย่างไร

           ดร. เดวิด เอ ซินแคลร์ นักวิทยาศาตร์ผู้เชียวชาญด้านการชะลอวัย ผู้แต่งหนังสือ LIFE SPAN (แก่ช้า อายุยืน) (https://www.prachachat.net/opinion-column-6/news-363612) ค้นพบว่า ระดับของ NAD ในร่างกาย จะส่งผลต่อการทำงานของโปรตีนชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า Srituins (Silent Information Regulator) โดยที่ Srituins  นั้นมีบทบาทในการควบคุมการแสดงออกของยีนส์ ช่วยควบคุมการสร้างดีเอ็นเอ ที่มีผลต่อกระบวนการแก่ของเซลล์ หาก Srituins ทำงานโดยปราศจากการควบคุมโดย NAD จะทำให้ร่างกายเสื่อมได้เร็วขึ้น
           โดยพบว่าเมื่อ NAD ในร่างกายลดลงส่งผลให้ Srituins  เปิดการทำงานที่ทำให้เซลล์ร่างกายเสื่อมมากขึ้น ในทางตรงกันข้าม หากร่างกายมี NAD มากพอ ก็จะช่วยปิดการทำงานของ Sirtuins  ที่ก่อความเสื่อแก่เซลล์ และช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ลงเช่นกัน
           ไม่เพียงเท่านั้น NAD ยังมีบทบาทในไมโตคอนเดรีย (Mitochondria) อีกด้วย ไมโตรคอนเดรีย คืออวัยวะเล็กๆ ที่อยู่ในเซลล์แต่ละเซลล์ของร่างกาย เป็นเสมือนเตาเผาที่ช่วยสร้างพลังงานให้แก่เซลล์ต่างๆ ซึ่ง พลังงานกว่า 90% ที่ร่างกายเราใช้จะถูกผลิตโดยไมโตรคอนเดรียนั่นเอง ในอวัยวะที่ต้องการพลังงานสูง เช่น หัวใจ กล้ามเนื้อ ไต หรือสมอง จะมีปริมาณไมโตรคอนเดรียมากกว่าเซลล์เม็ดเลือดที่ไม่ค่อยได้ใช้พลังงานมากนัก ซึ่ง NAD เป็นหนึ่งในวัตถุดิบสำคัญในการสร้างพลังงานในไมโตรคอนเดรีย

ปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นได้ เนื่องจากระดับ NAD ที่ไม่เพียงพอ

           1. ภาวะอ้วน รวมถึงโรคที่เกี่ยวข้อง เช่น เบาหวาน หลอดเลือดอุดตัน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจต่างๆ
           2. ความผิดปรกติของ ระบบประสาทและสมอง เช่น ความจำ สมาธิ ความเครียด ความเสื่อมของสมอง โรคพาร์กินสัน และอัลไซเมอร์ ปัญหาหลอดเลือดสมองต่างๆ
           3.ความเสื่อมต่างๆ ของทั้งร่างกาย เช่น สุขภาพผิว ริ้วรอยต่างๆ อาการอ่อนล้าเรื้อรัง 
           4.การทำงานของอวัยวะต่างๆ ทั้ง ตับ ตับอ่อน ไต ระบบภูมิคุ้มกัน ระบบสืบพันธุ์ รวมถึงกล้ามเนื้อต่างๆ เสื่อมประสิทธิภาพลงขณะที่การเกิดไขมันสะสมจะเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากการเผาผลาญพลังงานต่างๆ ลดลง 

NAD กับ Telomere

            เทโลเมียร์ (Telomere) คือโครงสร้างส่วนปลายของ โครโมโซม มีความยาวประมาณ 5-15 กิโลเบส ทำหน้าที่ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการรวมกันของโครโมโซม ช่วยคงสภาพโครโมโซมไม่ให้หดสั้นหรือถูกทำลายจากการแบ่งเซลล์ ช่วยให้การแบ่งเซลล์มีประสิทธิภาพ
            ในการแบ่งเซลล์แต่ละครั้งความยาวเทโลเมียร์จะหดสั้นลง 50-100 คู่เบส โดยคนอายุ 20 ปี มีความยาวเฉลี่ยอยู่ที่ 8 กิโลเบส เมื่อเข้าสู่อายุ 50 ปีจะเหลืออยู่ประมาณ 7 กิโลเบส และหากมีอายุถึง 100 ปีเหลือเพียง 4 กิโลเบส ซึ่งการหดสั้นของเทโลเมียร์จะทำให้ประสิทธิภาพในการแบ่งเซลล์ลดลงตามไปด้วย รวมถึงทำให้เกิดการแบ่งเซลล์ที่ผิดปกติ ซึ่งล้วนเป็นสาเหตุให้เกิดความเสื่อมของร่างกายในระดับเซลล์ จนกระทั่งถึงจุดวิกฤตที่จะส่งผลให้เซลล์ไม่สามารถแบ่งตัวได้อีก
            เทโลเมียร์ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการวัดอายุทางชีวภาพ (Biological age) ซึ่งเป็นอายุร่างกายที่แท้จริงจากการทำงานของร่างกายที่เกิดความเสื่อมตามกระบวนการธรรมชาติและวิถีชีวิตตามช่วงวัยของมนุษย์ จึงอาจมีแนวโน้มที่อายุชีวภาพจะแตกต่างจากอายุตามปฏิทิน (Chronological age) แสดงให้เห็นว่าอายุตามปฏิทินไม่สามารถ บ่งบอกสภาวะสุขภาพตามช่วงวัยของมนุษย์แต่ละคนได้อย่างแท้จริง
            เทโลเมียร์ของเรานั้น มีการหดสั้นลงเรื่อยๆ ทุกวัน โดยนอกจากอายุที่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังมีปัจจัยรอบตัวและการใช้ชีวิตเป็นส่วนสำคัญ เช่น การสูบบุหรี่, ความเครียด, นอนไม่หลับ, โรคเบาหวาน, โรคความดันโลหิตสูง, โรคหลอดเลือดหัวใจ, โรคอ้วน, โรคมะเร็ง, ภาวะ Oxidative Stress (อนุมูลอิสระในร่างกายสูง), ภาวะติดเชื้อและการอักเสบ, โรคตับอักเสบ, โรคภูมิแพ้ตัวเอง, โรคกระดูกพรุน, โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์, การใช้ยาในทางที่ผิด เป็นต้น

ในปี ค.ศ.2009  Elizabeth H. Blackburn, Carol W. Greider และ Jack W. Szostak 3 นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันได้รับรางวัลโนเบลทางการแพทย์ จากการค้นพบกลไกการป้องกันโครโมโซมไม่ให้ถูกทำลายด้วยโครงสร้างเทโลเมียร์ที่ปลายโครโมโซม และเอนไซม์เทโลเมอเรส (Telomerase) ที่เป็นเอนไซม์ที่ช่วยซ่อมแซมและชะลอความเสื่อมของเทโลเมียร์ได้

การที่ NAD มีบทบาทสำคัญในการควบคุมการทำงานของ Srituins นั้น ทำให้การสร้างเอนไซม์เทโลเมอเรส มีเสถียรภาพดีขึ้น ส่งผลให้ช่วยลดความเสียหายที่เกิดกับดีเอ็นเอ ช่วยลดความเสื่อมของเทโลเมียร์ และช่วยเพิ่มความยาวให้แก่เทโลเมียร์ได้ และพบว่าระดับ NAD ที่ลดลงจะมีความสัมพันธ์โดยตรงกับความยาวของเทโลเมียร์ที่สั้นลงด้วย

NADH กับ NAD+

NAD นั้นจะทำงานในรูปแบบของ NADH (Reduced form) และ NAD+ (Oxidized form) ซึ่งเปรียบได้กับเหรียญคนละด้าน กลับไปกลับมา แต่ทำหน้าที่เดียวกันในการสร้างพลังงานในไมโตครอนเดรียในเซลล์ต่างๆ ของร่างกาย

PANMOL® NADH

           เป็น NADH ที่ผลิตด้วยกรรมวิธีที่ได้รับสิทธิบัตรเฉพาะ ด้วยวัตถุดิบอย่างใบยาสูบ ปราศจากการใช้สารเคมี และห่อหุ้มคุณค่าของ NADH ด้วยกรรมวิธี Micro-encapsulation ซึ่งเป็นวิธีการกักเก็บสารอาหารในรูปของแคปซูลขนาดเล็กมากๆ ช่วงปกป้องสารสำคัญไม่ให้เสื่อมสลายไปจากปฏิกิริยาต่างๆ รวมถึงความร้อน ก่อนที่สารอาหารจะไปแตกตัวและดูดซึมไปใช้งานในร่างกายของเราอย่างเต็มประสิทธิภาพ  เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องเสริม NADH ในรูปแบบของวิตามินเสริม โดยปริมาณที่แนะนำคือวันละ 10-20 มิลลิกรัม และจะได้ผลดียิ่งขึ้นในการชะลอความเสื่อมของร่างกายและช่วยเพิ่มความยาวให้แก่เทโลเมียร์ เมื่อทานร่วมกับสารอาหารอย่าง Resveratrol, Ubiquinol (Q10), Omega 3 และวิตามินแร่ธาตุรวม

 

อ้างอิงข้อมูลจาก
• https://app.gs.kku.ac.th/images/img/support/grc2020/pdfabstracts//SDP3.pdf
• https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC7604620/
• https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC7275989/#:~:text=A%20recent%20study
%20showed%20that,impact%20on%20immune%20cell%20functions.
• https://www.panmol.com/en/index.php?id=107

Copyright ® 2022 www.nowfoodsthailand.com