ภัยเงียบมะเร็งตับ ภาวะไขมันพอกตับ (โรคเงียบที่ไม่แสดงอาการ)
/01-01.jpg)
ไขมันตัวการร้าย " ที่สามารถทำลายตับได้ " แอดมินจะสรุปสั้นๆง่ายๆ ให้เพื่อนๆได้เข้าใจภายใน 10 นาทีเลยค่ะ
เจ้าโรคไขมันพอกตับ (Fatty Liver Disease) จัดเป็นภาวะผิดปกติอย่างหนึ่ง ที่มีปริมาณไขมันจำนวนมากไปเกาะอยู่ในส่วนของผนังเซลล์ตับ เกิดการสะสมเป็นจำนวนมากจนทำให้ตับทำงานผิดปกติ ไม่สามารถกรองสารพิษในร่างกาย ทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ภาวะไขมันพอกตับโรคนี้ไม่แสดงอาการนะคะ ฉะนั้นควรดูแลตับให้ดีอยู่เสมอค่ะ
สาเหตุหลักที่ทำให้เกิด "ภาวะไขมันเกาะตับ" สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่
- กลุ่มที่แรกเกิดจาก "เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์" (Alcoholic Fatty Liver Disease) แอลกอฮอล์ จัดเป็นสารที่ไม่มีอยู่ในร่างกาย และเป็นพิษต่อร่างกาย การดื่มเครื่องดื่มหรือรับประทานที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ *ในปริมาณที่มากเกินไป สะสมเป็นจำนวนมาก ระยะที่ได้รับ ทำให้ตับรับภาระในการทำงานเป็นอย่างมาก จนไม่สามารถขับออกจากร่างกายได้ทัน จนทำให้เกิดการตกค้างและเกิดภาวะไขมันพอกตับในที่สุด
- กลุ่มที่สอง " ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ " (Non-Alcoholic Fatty Liver Disease) กลุ่มนี้จะเกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน และเกิดจากโรคอย่างอื่น เช่นการทานของหวาน น้ำตาลสูง และโรคทีใช้พลังงานในร่างกาย โรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ไวรัส
/01-02.jpg)
4 ปัจจัยเสี่ยงภาวะไขมันพอกตับที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์
- ภาวะอ้วนหรือน้ำหนักตัวเกิน
- เบาหวาน หรือมีภาวะดื้ออินซูลิน
- ผู้ที่มีโรคอ้วนลงพุง หรือภาวะ เมตาบอลิกซินโดรม (Metabolic Syndrome)
- พฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสม เช่นการกินอาหารพลังงานสูงเกินความจำเป็น โดยเฉพาะ แป้ง ไขมัน น้ำตาล
สังเกตุอย่างไร !! ว่าเรากำลังเกิด " ภาวะไขมันพอกตับ "
-
พบแพทย์ " เจาะเลือดดูการทำงานของตับ " (Liver Function Test) เพื่อตรวจเช็คค่าการอักเสบ (Inflammation) สูงกว่าปกติหรือไม่ ในคนที่มีภาวะไขมันพอกตับอาจพบระดับน้ำตาลและระดับไขมันในเลือดสูงกว่าปกติร่วมด้วย
-
การตรวจ " อัลตราซาวด์บริเวณช่องท้อง " จะพบว่าตับอาจมีขนาดโตขึ้นและมีลักษณะขาวขึ้นเมื่อเทียบกับไตและม้าม
-
การตรวจ " วัดไขมันพอกตับจากการ Scan " ด้วยเครื่อง (Dexa Scan Whole Body)
-
Fibroscan เป็นการตรวจความยืดหยุ่นพร้อมกับประเมินไขมันสะสมภายในเนื้อตับเพื่อสำรวจความเสียหายของเนื้อเยื่อจากการมีไขมันไปพอก
5 แนวทาง "ลดความเสี่ยงจาก โรคไขมันพอกตับ "
/01-03.jpg)
- ควบคุมการบริโภคแป้ง น้ำตาล ไขมัน ให้เหมาะสมกับการใช้พลังงานในร่างกาย
- ออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 วัน อย่างน้อยวันละ 30 - 60 นาที ออกกำลังกายเบาๆ เช่น การเต้นแอโรบิค หรือแบบมีแรงต้าน เช่น เดินเร็วครึ่งชั่วโมง การยกน้ำหนัก เล่นเวทเทรนนิ่ง แบบแรงกระแทกต่ำ
- เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารที่มีไขมันต่ำ กากใยสูง และอาหารที่มีให้พลังงานต่ำ
- หากเป็นเบาหวานหรือไขมันในเลือดสูง ควรควบคุมโรคและการรับประทานยาตามแพทย์สั่ง ควบคุมอาหาร และออกกำลังกาย
- หลักเลี่ยงการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
แนะนำสารอาหาร เลซิติ(Lecithin) ช่วยฟื้นฟูเซลล์ตับ
/01-04.jpg)
Credit : Bangkokspital https://www.bangkokhospital.com/content/fatty-liver
: Bumrungrad