.webp)
ในยุคที่ผู้คนสนใจอาหารจากธรรมชาติและสารอาหารจากทะเลมากขึ้น Kelp เป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่ได้รับความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่มองหาแหล่งแร่ธาตุจากธรรมชาติ
Kelp คือ สาหร่ายทะเลสีน้ำตาล (Brown Algae) กลุ่มหนึ่งที่เติบโตในมหาสมุทรบริเวณน้ำเย็น เช่น
ชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก
ทะเลทางตอนเหนือ
พื้นที่ที่มีแร่ธาตุในน้ำสูง
Kelp มีสารอาหารที่โดดเด่น ได้แก่
ไอโอดีน (Iodine)
แร่ธาตุหลายชนิด
ใยอาหาร (Fiber)
สารต้านอนุมูลอิสระ เช่น Polyphenols และ Fucoidan
จึงถูกนำมาใช้ทั้งในอาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
.webp)
หนึ่งในสารอาหารที่ทำให้ Kelp แตกต่างจากพืชทั่วไป คือ ไอโอดีน (Iodine)
ไอโอดีนเป็นแร่ธาตุสำคัญที่ร่างกายต้องใช้ในการสร้างฮอร์โมนจากต่อมไทรอยด์ ได้แก่
Thyroxine (T4)
Triiodothyronine (T3)
ฮอร์โมนเหล่านี้มีบทบาทเกี่ยวข้องกับ
การควบคุมอัตราการเผาผลาญพลังงาน
การควบคุมอุณหภูมิร่างกาย
การทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย
หากได้รับไอโอดีนไม่เพียงพอ ร่างกายอาจสร้างฮอร์โมนไทรอยด์ได้ลดลง
งานวิจัยจาก Nature Reviews Endocrinology, 2017 ระบุว่าไอโอดีนเป็นสารอาหารจำเป็นต่อการสร้างฮอร์โมนไทรอยด์และการทำงานของระบบเผาผลาญ
ต่อมไทรอยด์เปรียบเสมือน “ตัวควบคุมระบบพลังงาน” ของร่างกาย
เมื่อได้รับไอโอดีนเพียงพอ ร่างกายสามารถสร้างฮอร์โมนไทรอยด์ได้ตามปกติ
กลุ่มที่อาจได้รับประโยชน์จากการใส่ใจไอโอดีน ได้แก่
คนที่รับประทานอาหารทะเลน้อย
ผู้ที่หลีกเลี่ยงเกลือเสริมไอโอดีน
ผู้ที่รับประทานอาหารแบบจำกัดบางประเภท
อย่างไรก็ตาม การได้รับไอโอดีนมากเกินไปก็อาจส่งผลต่อการทำงานของไทรอยด์ได้เช่นกัน ดังนั้น Kelp ควรรับประทานในปริมาณเหมาะสม
แม้ Kelp จะไม่ได้เป็นอาหารหลัก แต่สาหร่ายชนิดนี้มีใยอาหารประเภทต่าง ๆ เช่น
Alginate
Polysaccharides
ซึ่งทำหน้าที่เป็นเส้นใยอาหารที่ช่วยสนับสนุนระบบทางเดินอาหาร
ประโยชน์ของใยอาหาร ได้แก่
ช่วยเพิ่มความอิ่ม
สนับสนุนการขับถ่าย
เป็นแหล่งอาหารของจุลินทรีย์ในลำไส้
งานวิจัยจาก Marine Drugs, 2017 พบว่าสาร Polysaccharides จากสาหร่ายทะเลมีศักยภาพในการส่งเสริมสุขภาพลำไส้และมีคุณสมบัติทางชีวภาพหลายด้าน
Kelp มีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ เช่น
Fucoidan
Phlorotannins
Polyphenols
สารเหล่านี้ได้รับการศึกษาด้านคุณสมบัติ
Antioxidant
Anti-inflammatory
ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปกป้องเซลล์จากความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ
งานวิจัยจาก Marine Drugs, 2019 รายงานว่าสารจากสาหร่ายสีน้ำตาล เช่น Fucoidan มีฤทธิ์ทางชีวภาพที่น่าสนใจ โดยเฉพาะด้าน antioxidant และการควบคุมกระบวนการอักเสบ
สาหร่ายทะเลมีสารอาหารที่อาจช่วยสนับสนุนสุขภาพหัวใจ เช่น
ใยอาหาร
สารโพลีแซ็กคาไรด์
แร่ธาตุ
งานวิจัยบางส่วนพบว่าสารจากสาหร่ายอาจมีผลต่อ
การดูดซึมไขมัน
ระดับคอเลสเตอรอล
สมดุลของระบบเผาผลาญ
แต่ยังจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมในมนุษย์เพื่อยืนยันผลในระยะยาว
Kelp อาจเหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มสารอาหารจากธรรมชาติ เช่น
แม้ Kelp จะมีประโยชน์ แต่ไม่ใช่ทุกคนควรรับประทานในปริมาณสูง
ควรระวังในกลุ่ม
ผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์
ผู้ที่ใช้ยาบางชนิดเกี่ยวกับไทรอยด์
ผู้ที่ได้รับไอโอดีนจากอาหารอยู่แล้วในปริมาณสูง
เพราะไอโอดีนมากเกินไปอาจรบกวนสมดุลของฮอร์โมนไทรอยด์ได้
หลายคนอาจสับสนระหว่าง Kelp และ Spirulina เพราะเป็นอาหารจากทะเลเหมือนกัน
แต่มีจุดเด่นต่างกัน
Kelp
เด่นเรื่องไอโอดีน
เป็นสาหร่ายสีน้ำตาล
เน้นแร่ธาตุและสารจากทะเล
Spirulina
เด่นเรื่องโปรตีน
มี Phycocyanin
เป็นไซยาโนแบคทีเรียสีเขียวแกมน้ำเงิน
ทั้งสองชนิดจึงมีบทบาทแตกต่างกัน ไม่ได้เป็นตัวแทนกันโดยตรง
.webp)
Kelp เป็นสาหร่ายทะเลสีน้ำตาลที่มีจุดเด่นเรื่อง
ไอโอดีนสำหรับการสร้างฮอร์โมนไทรอยด์
แร่ธาตุจากธรรมชาติ
ใยอาหารสำหรับสุขภาพลำไส้
สารต้านอนุมูลอิสระจากทะเล
อย่างไรก็ตาม Kelp ไม่ใช่อาหารเสริมที่จำเป็นสำหรับทุกคน การเลือกใช้ควรดูจากพฤติกรรมการกิน สุขภาพ และความต้องการสารอาหารของแต่ละบุคคล
สำหรับคนที่รับประทานอาหารทะเลน้อย หรือสนใจดูแลสุขภาพแบบ Natural Nutrition การเสริม Kelp ในปริมาณเหมาะสมอาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ
Zimmermann MB, Boelaert K. “Iodine deficiency and thyroid disorders.” The Lancet Diabetes & Endocrinology, 2015
Pearce EN. “Iodine nutrition: iodine content of foods and dietary requirements.” Thyroid Research, 2017
Brown EM, et al. “Seaweed and human health.” Marine Drugs, 2014
Fitton JH. “Therapeutic potential of fucoidan: a review.” Marine Drugs, 2011
Holdt SL, Kraan S. “Bioactive compounds in seaweed: functional food applications.” Journal of Applied Phycology, 2011
World Health Organization. “Iodine deficiency and nutrition guidelines.” WHO