
เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนน่าจะได้ยินกันมาบ้างเวลาคนรอบตัวพูดว่า “ลดน้ำหนักโดยใช้วิธี IF อยู่กินไม่ได้” ซึ่งการทำ IF ก็คือการลดน้ำหนักอย่างหนึ่งที่เขาว่ากันว่าเห็นผลเร็วและชัดเจนมาก ๆ
วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจกันว่า IF ที่คนพูดๆ กันนั้นคืออะไร และมีวิธีอย่างไร ไปดูพร้อมๆ กันเลย


1. ช่วงเวลาอด (Fasting)
การอดอาหารของ IF หรือ Intermittent Fasting เนี่ยสามารถทานน้ำระหว่างวันได้ ไม่ว่าจะเป็นกาแฟ น้ำเปล่า หรือน้ำอะไรก็ได้ที่ไม่มีน้ำตาลผสม แต่ที่แนะนำเลยควรดื่มน้ำเปล่าแทน และควรดื่มในปริมาณมากๆ ต่อวัน
2. ช่วงเวลากิน (Feeding)
ส่วนการกินแบบ IF คือการกินเป็นวินัย ที่ต้องกินอาหารให้ครบสารอาหาร 5 หมู่ตามความต้องการของร่างกาย แต่ทั้งนี้ควรกินในปริมาณที่พอดี
วิธีก็คือการอดอาหาร 16 ชั่วโมง และกิน 8 ชั่วโมง ซึ่งสำหรับมือใหม่ หรือผู้หญิงแนะนำให้อด 14 และกิน 10 ชั่วโมงก่อน ค่อยๆ ปรับตัวให้ร่างกายจดจำก่อน แล้วค่อยอดเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ หรือเลือกที่มันเหมาะสมกับร่างกายแบบไม่หนักจนเกินไป 

จริงๆ แล้ว IF ทำงานเป็นกระบวนการมากๆ หลักการเผาผลาญของ IF ก็คือ เมื่ออยู่ในช่วงที่อดอาหาร ตัวระดับอิซูลินจะลดลง ระดับ Growth Hormone ก็จะสูงขึ้น ซึ่งการอดอาหารระยะสั้นสลับไปสลับมาจะช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญของร่างกายได้มากถึง 3.6-14% เลย และที่มากไปกว่านั้น การทำ IF สามารถลดไขมันสะสมตรงรอบเอวของเราได้ด้วย และยังไม่ทำให้มวลกล้ามเนื้อของเราลดลงเหมือนการลดน้ำหนักแบบอื่นอีกด้วย

IF นอกจากจะช่วยลดน้ำหนักได้แล้ว ยังสามารถช่วยในด้านอื่นๆ ได้ด้วย ก็ต้องยอมรับเลยว่าเป็นวิธีที่ดีต่อคนที่อยากลดน้ำหนักจริงๆ
- ร่างกายนำไขมันไปใช้
- การเผาผลาญดีขึ้น
- เพิ่มความจำ
- ช่วยยับยั้งอัลไซเมอร์
- ภูมิคุ้มกันของร่ากายดีขึ้น
- ช่วยลดไขมันในเลือด
แต่ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล